โทรเลย : 090-5618444
ถอดรหัสความแตกต่างระหว่างทอง 96.5%, 90% และ 99.99% ที่ร้านทองไม่เคยบอก

เวลาเดินเข้าร้านทอง เคยสงสัยไหมว่าทำไมสร้อยคอ แหวน กำไล ถึงมีป้ายเขียนว่า 96.5% แต่พอไปดูทองคำแท่งจากต่างประเทศกลับเป็น 99.99% แล้วไหนจะกรอบพระทองที่คนรุ่นเก่าเรียกว่า “ทอง 90” อีก ตกลงแล้วตัวเลขพวกนี้มันคืออะไรกันแน่?
การทำความเข้าใจ ความแตกต่างระหว่างทอง 96.5%, 90% และ 99.99% ไม่ใช่แค่เรื่องของนักลงทุนหรือคนในวงการเท่านั้น แต่มันคือความรู้พื้นฐานที่จะทำให้คุณซื้อ-ขายทองได้อย่างชาญฉลาด ไม่โดนกดราคา และเลือกทองที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานของคุณได้อย่างแท้จริง
ทอง 96.5% มาตรฐานทองไทยที่คุ้นเคย
นี่คือเปอร์เซ็นต์ทองที่คนไทยคุ้นเคยกันมากที่สุด เป็นมาตรฐานทองรูปพรรณและทองคำแท่งที่ซื้อขายกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ตามมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
ตัวเลข 96.5% หมายความว่า ในเนื้อทอง 100 ส่วน จะมีทองคำบริสุทธิ์ (Au) อยู่ 96.5 ส่วน ส่วนที่เหลืออีก 3.5% คือโลหะอื่นๆ ที่ผสมเข้าไป ซึ่งไม่ได้ใส่เข้าไปมั่วๆ แต่เป็นการผสมอย่างมีหลักการทางโลหะวิทยา โลหะที่นิยมนำมาผสมเรียกว่า “อัลลอย” (Alloy) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็น เงิน, ทองแดง, และสังกะสี ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป
คำถามคือ ทำไมต้องผสม? เหตุผลหลักเพียงข้อเดียวคือ “ความแข็งแรง” ทองคำบริสุทธิ์ 100% นั้นมีความอ่อนตัวสูงมาก ไม่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับที่ต้องรับแรงกระแทกหรือการเสียดสีในชีวิตประจำวันได้ การเติมโลหะอื่นเข้าไป 3.5% จะช่วยเพิ่มความแข็งและความทนทานให้กับเนื้อทอง ทำให้สามารถขึ้นรูปเป็นลวดลายที่สลับซับซ้อนได้ และทนต่อการบุบหรือบิดเบี้ยวได้ดีกว่ามาก ทอง 96.5% จึงเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุดระหว่างการคงมูลค่าของทองคำไว้ในระดับสูง กับการมีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับการทำเป็นเครื่องประดับเพื่อสวมใส่

ทอง 99.99% ที่สุดแห่งความบริสุทธิ์
นี่คือมาตรฐานทองคำในระดับสากล หรือที่คนทั่วไปมักจะเรียกว่า “ทอง 24K” หรือ “ทองสี่เก้า” (Four Nines) ซึ่งหมายถึงทองคำที่มีความบริสุทธิ์ถึง 99.99% แทบจะไม่มีโลหะอื่นเจือปนอยู่เลย ทองประเภทนี้คือมาตรฐานสำหรับตลาดการลงทุนทองคำแท่งทั่วโลก แบรนด์ดังๆ อย่าง PAMP Suisse, Valcambi, หรือ Credit Suisse ล้วนผลิตทองคำแท่งที่ความบริสุทธิ์ระดับนี้ทั้งสิ้น
ด้วยความที่มันแทบจะเป็นทองคำล้วนๆ คุณสมบัติทางกายภาพของมันจึงอ่อนนุ่มมาก สามารถใช้เล็บจิกให้เป็นรอยได้ง่ายๆ และบิดงอได้ไม่ยากนัก ด้วยเหตุนี้ ทอง 99.99% จึงไม่เป็นที่นิยมในการนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพื่อสวมใส่ เพราะมันจะชำรุดเสียหายเร็วมาก
แล้วเขาเอาไปทำอะไรกัน? ความแตกต่างระหว่างทอง 96.5%, 90% และ 99.99% ในแง่การใช้งานนั้นชัดเจนมาก ทอง 99.99% มีบทบาทหลักอยู่สองอย่าง คือ
- สินทรัพย์เพื่อการลงทุนระดับสากล เป็นมาตรฐานที่ธนาคารกลางทั่วโลกใช้ในการสำรองทุน และเป็นที่ยอมรับในการซื้อขายในตลาดโลก ทำให้มีสภาพคล่องสูงที่สุด
- วัตถุดิบในอุตสาหกรรมไฮเทค ด้วยคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยมและไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นง่ายๆ ทอง 99.99% จึงถูกนำไปใช้ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น ใช้ทำสายไฟขนาดเล็ก (Bonding Wire) ในแผงวงจรของคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน
ทอง 90% ความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่
มาถึงทองอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่หลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยได้เห็นในร้านทองทั่วไป นั่นคือ “ทอง 90” หรือทอง 90% ซึ่งหมายความว่ามีเนื้อทองคำบริสุทธิ์อยู่ 90 ส่วน และมีโลหะอื่นเจือปนอยู่ถึง 10 ส่วน หรือถ้าเทียบเป็นหน่วยกะรัตก็จะอยู่ที่ประมาณ 21.6K
การมีส่วนผสมของโลหะอื่นในสัดส่วนที่สูงถึง 10% ทำให้ทอง 90% มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทอง 96.5% อย่างเห็นได้ชัด มันจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทำเครื่องประดับบางประเภทที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
- กรอบพระ นี่คือการใช้งานหลักของทอง 90% ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ การที่กรอบพระต้องรับแรงกดจากการอัดกันน้ำ และต้องทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว ทำให้ความแข็งแกร่งของทอง 90% เหมาะสมอย่างยิ่ง
- งานจิวเวลรี่ฝังเพชรพลอย แหวนหรือต่างหูที่ต้องมีการฝังอัญมณีจำเป็นต้องใช้ตัวเรือนที่แข็งแรงเพื่อยึดเกาะเม็ดยอดไว้ให้มั่นคง ทอง 90% จึงถูกนำมาใช้ในงานลักษณะนี้
- เครื่องประดับโบราณ ในสมัยก่อน เทคโนโลยีการสกัดทองยังไม่ดีเท่าปัจจุบัน และความนิยมในเนื้อทองที่แข็งแรงก็มีสูง ทำให้เครื่องประดับทองโบราณหลายชิ้นมีความบริสุทธิ์อยู่ที่ราวๆ 90%

ตารางเทียบความแตกต่าง ทอง 96.5%, 90% และ 99.99%
เพื่อให้เห็นภาพรวมของ ความแตกต่างระหว่างทอง 96.5%, 90% และ 99.99% ได้ง่ายขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติในแต่ละด้านกัน
| คุณสมบัติ | ทอง 99.99% (24K) | ทอง 96.5% (23.16K) | ทอง 90% (21.6K) |
| เนื้อทองบริสุทธิ์ | 99.99% | 96.5% | 90% |
| ส่วนผสมอื่น | 0.01% | 3.5% | 10% |
| ความแข็ง | อ่อนมาก | แข็งปานกลาง | แข็งมาก |
| สี | สีเหลืองทองสุกสว่าง | สีเหลืองทองมาตรฐาน | สีเหลืองอมแดงเล็กน้อย |
| การใช้งานหลัก | ลงทุน, อุตสาหกรรม | เครื่องประดับ, ลงทุน (ในไทย) | กรอบพระ, งานฝังอัญมณี |
| มาตรฐาน | สากล | ประเทศไทย | เฉพาะทาง |
ขายคืนแบบไหนได้ราคาดีที่สุด
นี่คือคำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ ความแตกต่างระหว่างทอง 96.5%, 90% และ 99.99% ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายคืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีหลักการคิดง่ายๆ คือ “ยิ่งบริสุทธิ์ ยิ่งได้ราคาดี”
การขายคืนทอง 99.99% ทองประเภทนี้เมื่อนำไปขายคืนจะได้ราคาดีที่สุด เพราะแทบไม่มีการหักค่าใช้จ่ายในการหลอมใหม่เลย ร้านที่รับซื้อสามารถนำไปขายต่อได้ทันที โดยปกติแล้ว ราคาขายคืนทอง 99.99% จะสูงกว่าราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง 96.5% อยู่ประมาณ 700-800 บาทต่อบาททองคำ (อาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละร้าน) แต่ข้อเสียคือมีร้านที่รับซื้อในราคานี้น้อยกว่า และส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ
การขายคืนทอง 96.5% หากเป็นทองคำแท่ง 96.5% จะสามารถขายคืนได้ตามราคารับซื้อคืนทองคำแท่งที่ประกาศในวันนั้นเลย แต่ถ้าเป็นทองรูปพรรณ 96.5% จะถูกหักค่าหลอมและค่าดำเนินการประมาณ 5% ของราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป
การขายคืนทอง 90% การขายคืนทอง 90% จะมีความซับซ้อนที่สุด เพราะไม่มีราคากลางประกาศไว้ชัดเจน ร้านทองจะคำนวณราคาโดยอ้างอิงจากราคารับซื้อคืนทอง 96.5% แล้วปรับลดลงมาตามสัดส่วนของเนื้อทองที่หายไป 6.5% และอาจจะมีการหักค่าหลอมเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ทำให้อัตราการหักโดยรวมสูงที่สุดในบรรดาทองทั้งสามประเภท
ดังนั้น ในแง่ของการรักษามูลค่าเมื่อต้องการขายคืน ทอง 99.99% จึงทำหน้าที่ได้ดีที่สุด รองลงมาคือทอง 96.5% และทอง 90% ตามลำดับ



